<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Adaptive Business &#8211; ความรู้การตลาดออนไลน์ </title>
	<atom:link href="https://upmoneyday.com/category/adaptive-business/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://upmoneyday.com</link>
	<description>Digital Marketing Trends 2026</description>
	<lastBuildDate>Sun, 08 Mar 2026 14:35:57 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>

<image>
	<url>https://upmoneyday.com/wp-content/uploads/2021/01/cropped-Untitled-design-4-32x32.png</url>
	<title>Adaptive Business &#8211; ความรู้การตลาดออนไลน์ </title>
	<link>https://upmoneyday.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title> Q2 คือช่วงที่ Luxury Leads ทำเงินได้จริง — ถ้ารู้วิธี</title>
		<link>https://upmoneyday.com/q2-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-luxury-leads-%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89/</link>
					<comments>https://upmoneyday.com/q2-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-luxury-leads-%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Chanikan]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 08 Mar 2026 14:21:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Adaptive Business]]></category>
		<category><![CDATA[Digital Trend]]></category>
		<category><![CDATA[Luxury Lead]]></category>
		<category><![CDATA[Personalized Marketing]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://upmoneyday.com/?p=3288</guid>

					<description><![CDATA[บทเรียนจากสนามจริงในฐานะ Senior Digital Marketer จำได้ช [...]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[


<p>บทเรียนจากสนามจริงในฐานะ Senior Digital Marketer</p>



<p>จำได้ชัดเจนกับ Q2 ปีแรกที่ขึ้นมาเป็น Senior Digital Marketer เต็มตัว</p>



<p>งบ Campaign ตั้งไว้ที่ 2.4 ล้านบาทสำหรับไตรมาสนั้น มีโปรเจกต์ Luxury Condo ที่ต้องการ Qualified Lead ขั้นต่ำ 300 รายภายใน 90 วัน และ Sales Target ที่ Board กำหนดไว้คือสร้าง Sales Pipeline มูลค่า 180 ล้านบาทจากช่องทาง Digital</p>



<p>ฟังดู Aggressive ไหม? ใช่ แต่ตอนนั้นรู้ว่า Q2 ไม่ใช่แค่ช่วง &#8220;ธรรมดา&#8221; ของตลาด Luxury อสังหาฯ มันคือ <strong>ช่วงที่ตลาดเริ่มร้อนอีกครั้ง</strong> หลังจากที่ Q1 ผ่านพ้นช่วง Post-Holiday Slowdown ไป</p>



<p>ผลที่ออกมาคือทีมทำได้ 287 Qualified Leads และสร้าง Sales Pipeline มูลค่ารวม 214 ล้านบาทภายใน Q2 นั้น เกิน Target ไป 19%</p>



<p>แต่มันไม่ได้มาจากโชค มันมาจากการเข้าใจว่า <strong>Q2 มีพฤติกรรมของลูกค้า Luxury ที่แตกต่างจากไตรมาสอื่นอย่างมีนัยสำคัญ</strong> — และนี่คือทุกอย่างที่อยากแชร์</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<h2 class="wp-block-heading">ทำไม Q2 ถึงสำคัญกับตลาด Luxury มากกว่าที่คนส่วนใหญ่คิด</h2>



<p>เวลาพูดถึง High Season คนมักนึกถึง Q4 ก่อนเสมอ เพราะมีเทศกาล มีโบนัส มีความรู้สึก &#8220;ปิดปีให้สวย&#8221; แต่จากประสบการณ์กว่า 8 ปีในสายนี้ <strong>Q2 คือ Hidden Gem ที่คู่แข่งส่วนใหญ่ยังมองข้ามอยู่</strong></p>



<p>เหตุผลหลักคือเรื่อง <strong>Mindset ของลูกค้า High-Net-Worth</strong> ในไตรมาสสอง</p>



<p>ช่วงเดือนเมษายนถึงมิถุนายน กลุ่ม HNWI ที่มีสินทรัพย์สุทธิเกิน 30 ล้านบาทขึ้นไป มักอยู่ในโหมด &#8220;Planning Mode&#8221; หลังจากผ่านช่วงต้นปีที่ต้องจัดการเรื่องภาษี การวางแผนการลงทุน และการ Review Portfolio ประจำปีมาแล้ว พวกเขามีข้อมูลในมือ มีงบที่ชัดเจน และพร้อมตัดสินใจมากกว่าช่วงอื่น</p>



<p>จาก Internal Survey ที่ทำร่วมกับ Research Agency ในกลุ่ม Prospect ลูกค้าระดับบน 420 คน พบแนวโน้มที่น่าสนใจว่า <strong>การตัดสินใจซื้ออสังหาฯ ระดับ Luxury มูลค่าเกิน 15 ล้านบาท กระจุกตัวอยู่ในช่วง Q2 และ Q3 มากกว่าช่วงอื่นอย่างเห็นได้ชัด</strong> โดยเฉพาะในกลุ่มที่ซื้อเพื่อการลงทุน ขณะที่ Q4 มักเป็นกลุ่มที่ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริงและได้รับแรงกระตุ้นจากโบนัสปลายปีมากกว่า</p>



<p>ความแตกต่างนี้เปลี่ยนวิธีจัดสรร Budget และ Messaging ไปตลอดกาล</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<h2 class="wp-block-heading">3 สิ่งที่ทำแตกต่างจากคู่แข่งใน Q2</h2>



<h3 class="wp-block-heading">1. เลิก &#8220;ยิงกว้าง&#8221; แล้วหัน Focus กับ Intent Signal แทน</h3>



<p>สิ่งที่ทีมส่วนใหญ่ทำใน Q2 คือเปิด Campaign ต้นเดือนเมษายน ตั้ง Audience กว้างๆ แล้วรอ Lead เข้า — นั่นคือวิธีเผา Budget โดยไม่ได้ผล</p>



<p><strong>Intent Signal ของ Luxury Buyer มีลักษณะเฉพาะมากที่สุดในช่วงนี้</strong> โดยเฉพาะเมื่อมี AI เข้ามาช่วย Analyze</p>



<p>ในโปรเจกต์ที่พักตากอากาศ Luxury ในภูเก็ตปี 2023 พบว่ากลุ่มที่มี Conversion Rate สูงที่สุดไม่ใช่คนที่ Search คำว่า &#8220;คอนโดภูเก็ต&#8221; แต่คือกลุ่มที่ <strong>Search เรื่อง Investment Yield, อัตราดอกเบี้ย MLR, และ Airbnb Rental Return ในภูเก็ต ภายใน 30 วัน</strong> ก่อนที่จะมาเห็น Ad</p>



<p>เมื่อ Segment Audience ด้วย Intent Signal เหล่านี้ผ่าน AI Targeting ผลที่ได้คือ <strong>Cost per Qualified Lead ลดลงจากประมาณ 12,000 บาทเหลือราว 6,500 บาท</strong> ภายใน 2 แคมเปญต่อเนื่องในช่วง 3 เดือน และ Lead-to-Visit Conversion Rate ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน</p>



<p>ตัวเลขนี้อาจไม่ได้ฟังดูน่าตื่นเต้นเท่า Broad Campaign แต่คุณภาพของ Lead ที่ได้ต่างกันมาก เพราะกลุ่มนี้เข้ามาพร้อม Context และพร้อมคุยเรื่องตัวเลขได้ทันที</p>



<h3 class="wp-block-heading">2. ใช้ Content Funnel ที่ออกแบบมาสำหรับ &#8220;Educated Buyer&#8221; โดยเฉพาะ</h3>





<p>ลูกค้า Luxury ใน Q2 ไม่ได้แค่ &#8220;อยากดู&#8221; พวกเขา &#8220;กำลังตัดสินใจ&#8221; และพวกเขา <strong>ฉลาดมาก</strong> พวกเขาเคยผ่านการดู Presentation มาแล้วนับไม่ถ้วน และสามารถจับได้ทันทีว่า Content ชิ้นไหนทำขึ้นเพื่อขาย กับชิ้นไหนที่ให้ข้อมูลจริง</p>



<p>นั่นคือเหตุผลที่ต้องเปลี่ยน Content Strategy จาก &#8220;ขาย Feature&#8221; มาเป็น &#8220;ให้ข้อมูลเชิงลึกที่หาจากที่อื่นไม่ได้&#8221;</p>



<p>ตัวอย่างที่ได้ผลดีที่สุดคือ Blog Series ชื่อ &#8220;Luxury Real Estate ROI Report: Q2 Edition&#8221; ที่ใช้ข้อมูลจริงจากตลาด เปรียบเทียบ Rental Yield ของทำเลต่างๆ วิเคราะห์ Supply-Demand และให้ Financial Model ให้ดาวน์โหลดไปคำนวณเองได้</p>



<p>บทความชุดนี้ใช้เวลาประมาณ 3 เดือนกว่าจะเห็น Organic Traffic เพิ่มขึ้นเกินเท่าตัวอย่างมีนัยสำคัญ และ Average Time on Page สูงกว่า Promotional Content ของโปรเจกต์เดียวกันถึง 3-4 เท่า ซึ่งบอกได้ชัดว่าคนที่เข้ามาอ่านนั้น <strong>อ่านจริง ไม่ใช่แค่เลื่อนผ่าน</strong></p>



<p>Lead ที่มาจาก Content ประเภทนี้มี Average Deal Size สูงกว่า Lead ที่มาจาก Promotional Ad อย่างเห็นได้ชัด เพราะพวกเขาผ่านกระบวนการ Educate ตัวเองมาแล้วในระดับหนึ่ง</p>



<h3 class="wp-block-heading">3. ใช้ AI ไม่ใช่แค่ใน Ads แต่ใน Follow-Up Pipeline ด้วย</h3>



<p>นี่คือสิ่งที่เปลี่ยนเกมได้มากที่สุด และหลายทีมยังมองข้ามอยู่</p>



<p>หลายองค์กรลงทุนกับ Lead Generation เยอะมาก แต่ Pipeline หลัง Lead เข้ามายังเป็นแบบ Manual อยู่เลย Sales Executive โทรตามช้า ส่ง Email เหมือนกันหมดทุกคน และไม่มีการ Personalize ตาม Behavior ที่ Lead แต่ละคนแสดงออกมา</p>



<p>การนำ AI-Powered CRM เข้ามาใช้ใน Q2 ปี 2023 โดย Set up ให้ระบบ <strong>Score Lead แบบ Real-time</strong> ตาม Engagement Signal เช่น เปิด Email อ่านส่วนไหนนานที่สุด ดาวน์โหลด Brochure หน้าไหน และกลับมา Visit Website กี่ครั้งในรอบ 7 วัน ทำให้ Sales Team สามารถ Prioritize การโทรได้ดีขึ้นอย่างมีระบบ</p>



<p>ผลที่ได้ในช่วง 60 วันแรกคือ Lead-to-Appointment Rate ปรับตัวจากประมาณ 31% ขึ้นมาอยู่ที่ราว 50-55% ซึ่งไม่ได้หมายความว่าต้องการ Lead มากขึ้น แต่ทำงานกับ Lead ที่มีอยู่ได้ <strong>ฉลาดขึ้นและตรงจุดขึ้น</strong></p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<h2 class="wp-block-heading">ตัวเลขที่ควรจำไว้</h2>



<p>สรุปตัวเลขจากการทำ Luxury Marketing ใน Q2 หลายปีติดต่อกัน โดยเป็นค่าเฉลี่ยที่สังเกตได้จากหลายแคมเปญ ไม่ใช่ผลลัพธ์จากครั้งเดียว:</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>Cost per Qualified Lead ลดลงเฉลี่ย 30-40%</strong> เมื่อเปลี่ยนจาก Broad Audience มาใช้ AI Intent-Based Targeting อย่างจริงจัง</li>



<li><strong>Lead-to-Appointment Rate เพิ่มขึ้นได้ 15-25 percentage point</strong> เมื่อมี AI-Powered Lead Scoring ช่วย Prioritize งานของ Sales Team</li>



<li><strong>Lead ที่มาจาก Educate Content</strong> มี Average Deal Size สูงกว่า Lead จาก Promotional Ad อย่างสม่ำเสมอ เพราะผ่านกระบวนการ Self-qualify มาแล้วในระดับหนึ่ง</li>



<li>โปรเจกต์ที่เริ่ม <strong>Warm Audience ตั้งแต่ปลาย Q1</strong> มี Cost per Lead ใน Q2 ต่ำกว่าโปรเจกต์ที่เพิ่งเริ่ม Campaign ใน Q2 เลยอย่างชัดเจน เพราะ Audience มี Brand Familiarity สะสมมาแล้ว</li>
</ul>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<h2 class="wp-block-heading">ความผิดพลาดที่ Luxury Brand ส่วนใหญ่ยังทำซ้ำใน Q2</h2>



<p><strong>ความผิดพลาดที่ 1: เอา Creative ที่ใช้ใน Q4 มา Recycle ใน Q2</strong></p>



<p>Q4 ขายด้วย Emotion — ความรู้สึกของเทศกาล การให้รางวัลตัวเอง การปิดปีให้ดี แต่ Q2 ลูกค้าอยู่ใน Rational Mode มากกว่า พวกเขาต้องการ Proof ไม่ใช่ Promise</p>



<p>การนำ Asset เดิมมาใช้โดยไม่ปรับ Messaging ทำให้ Engagement ตกอย่างเห็นได้ชัด จากประสบการณ์ตรง CTR ของ Creative ที่ออกแบบมาสำหรับ Q2 โดยเฉพาะสูงกว่า Creative ที่ Recycle มาจาก Q4 ได้ถึง 2-4 เท่า ขึ้นอยู่กับ Segment และ Placement</p>



<p><strong>ความผิดพลาดที่ 2: ไม่ได้ Segment ระหว่าง &#8220;First-time Luxury Buyer&#8221; กับ &#8220;Repeat Buyer&#8221;</strong></p>



<p>สองกลุ่มนี้ต้องการข้อมูลคนละแบบ คนซื้อครั้งแรกอยากรู้ว่า &#8220;นี่คือการลงทุนที่ดีไหม&#8221; แต่ Repeat Buyer อยากรู้ว่า &#8220;มันดีกว่าอันที่มีอยู่แล้วยังไง&#8221; ถ้าส่ง Message เดียวกันไปหาทั้งสองกลุ่ม Budget ส่วนหนึ่งหายไปโดยไม่รู้ตัวแน่นอน</p>



<p><strong>ความผิดพลาดที่ 3: วัด Success ด้วย Volume แทนที่จะวัดด้วย Quality</strong></p>



<p>300 Leads ราคา Lead ละ 500 บาทอาจฟังดูดี แต่ถ้า Quality ต่ำและ Sales Team ต้องเสียเวลากับ Lead ที่ไม่ใช่ เวลาและ Resource ที่หายไปนั้นมีต้นทุนซ่อนอยู่เสมอ การโฟกัสกับ Qualified Lead ที่ราคาสูงกว่าแต่มี Conversion Rate ที่ดีกว่า มักให้ ROI รวมที่ดีกว่าในระยะยาว</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<h2 class="wp-block-heading">สิ่งที่ AI เปลี่ยนในวิธีทำงาน — อย่างถาวร</h2>



<p>ใช้ AI เข้ามาใน Workflow หลายขั้นตอนมาประมาณ 2 ปีแล้ว และถ้าพูดตรงๆ มันไม่ได้แค่ &#8220;ช่วยทุ่นแรง&#8221; แต่มันเปลี่ยน <strong>วิธีคิด</strong> เรื่อง Strategy ไปด้วย</p>



<p>ก่อนหน้านี้การ Analyze Audience Behavior ต้องรอ Report ที่ทำมือ 1-2 สัปดาห์ ตอนนี้เห็น Pattern ได้เร็วขึ้นมากและปรับ Campaign ได้ก่อนที่ Budget จะหมดโดยไม่ได้ผล</p>



<p>การทำ Personalized Content ที่เคยใช้ทีม Content หลายคนทำงานหนักตลอด Q2 ตอนนี้ทีมมีเวลา Focus กับ Strategic Thinking และ Quality Control มากขึ้น แทนที่จะจมกับงาน Execution ทั้งหมด</p>



<p>และที่สำคัญที่สุด การ Prioritize ว่า Lead ไหนควรโทรก่อน เคยเป็นเรื่องของ &#8220;ประสบการณ์&#8221; และ &#8220;ความรู้สึก&#8221; ของ Sales แต่เมื่อมีข้อมูล Behavior จริงเข้ามาประกอบ การตัดสินใจมีหลักอ้างอิงมากขึ้นและ Consistent กว่าการใช้สัญชาตญาณล้วนๆ</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<h2 class="wp-block-heading">บทสรุป</h2>



<p>Q2 ไม่ได้เป็นแค่ไตรมาสที่ต้อง &#8220;ทำไปก่อน&#8221; มันคือหน้าต่างแห่งโอกาสที่เปิดอยู่ไม่นาน และถ้าเข้าใจ Behavior ของลูกค้า Luxury ในช่วงนี้จริงๆ — ใช้ AI ให้ถูกจุด ทำ Content ที่ฉลาดพอสำหรับลูกค้าที่ฉลาด และสร้าง Pipeline ที่ตอบสนองต่อ Signal แบบ Real-time — ผลลัพธ์ที่ได้จะต่างจากการรอให้ Q4 มาถึงอย่างมีนัยสำคัญ</p>



<p>มีการพลาดมาหลายครั้งในช่วงต้นของอาชีพ เคยเผา Budget ไปกับ Campaign ที่ดูดีบนกระดาษแต่ไม่ได้ผลในสนามจริง แต่ทุกครั้งที่ล้มแล้วลุกขึ้นมาพร้อมข้อมูลและมุมมองใหม่ นั่นแหละคือ Lesson ที่ทำให้โตขึ้นในฐานะ Marketer</p>



<p>Q2 กำลังจะมาแล้ว คำถามเดียวที่เหลือคือ <strong>จะจับ Luxury Leads ที่กำลังรอ หรือจะปล่อยให้คู่แข่งทำก่อน?</strong></p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<p><em>เขียนจากประสบการณ์ตรงในฐานะ  Senior Digital Marketer ในอุตสาหกรรม Luxury Real Estate และ Premium Brand มากกว่า 8 ปี — ตัวเลขที่กล่าวถึงเป็นค่าเฉลี่ยจากหลายแคมเปญ ไม่ใช่ผลลัพธ์จากครั้งใดครั้งหนึ่ง</em></p>



<p></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://upmoneyday.com/q2-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-luxury-leads-%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เทรนด์ Personalized Marketing 2025: การตลาดที่เข้าใจทุกตัวตนของลูกค้า</title>
		<link>https://upmoneyday.com/personalized-marketing-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%89%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%84%e0%b8%a5/</link>
					<comments>https://upmoneyday.com/personalized-marketing-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%89%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%84%e0%b8%a5/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Chanikan]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 02 Feb 2025 10:13:34 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Adaptive Business]]></category>
		<category><![CDATA[Personalized Marketing]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://upmoneyday.com/?p=3171</guid>

					<description><![CDATA[ในปี 2025 Personalized Marketing ได้พัฒนาไปอีกขั้นด้วยก [...]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[


<p>ในปี 2025 Personalized Marketing ได้พัฒนาไปอีกขั้นด้วยการผสมผสานเทคโนโลยี AI และ Big Data ที่ซับซ้อนมากขึ้น ทำให้แบรนด์สามารถเข้าใจและตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้แบบเฉพาะเจาะจงมากขึ้นกว่าที่เคย </p>



<p>การใช้ AI Predictive Analytics ช่วยวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าแบบ Real-time ทำให้แบรนด์สามารถคาดการณ์ความต้องการของลูกค้าได้ล่วงหน้า และนำเสนอสินค้าหรือบริการที่เหมาะสมในจังหวะเวลาที่ใช่ นอกจากนี้ยังช่วยปรับแต่งประสบการณ์การใช้งานทั้งออนไลน์และออฟไลน์ให้เหมาะกับลูกค้าแต่ละคน</p>



<p>เทคโนโลยี Voice Commerce และ AR/VR กลายเป็นช่องทางสำคัญในการสร้างประสบการณ์แบบส่วนตัว ลูกค้าสามารถสั่งซื้อสินค้าผ่านการสนทนากับ AI Assistant ที่เข้าใจบริบทและรสนิยมส่วนตัว หรือทดลองใช้สินค้าเสมือนจริงผ่าน AR ที่ปรับแต่งตามสไตล์ของแต่ละคน Privacy-first Personalization กลายเป็นมาตรฐานใหม่ </p>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow">
<p>แบรนด์ต้องสร้างความสมดุลระหว่างการเก็บข้อมูลเพื่อพัฒนาประสบการณ์ที่ดีขึ้น กับการรักษาความเป็นส่วนตัวของลูกค้า โดยใช้เทคโนโลยี Federated Learning ที่ช่วยเรียนรู้พฤติกรรมลูกค้าโดยไม่ต้องเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวโดยตรง </p>
</blockquote>



<p>Emotional AI เข้ามามีบทบาทในการวิเคราะห์อารมณ์และความรู้สึกของลูกค้าผ่านการแสดงออกทางใบหน้า น้ำเสียง และการพิมพ์ข้อความ ทำให้แบรนด์สามารถปรับเปลี่ยนการสื่อสารและบริการให้สอดคล้องกับสภาวะอารมณ์ของลูกค้าในแต่ละช่วงเวลา </p>



<p>การทำ Personalized Marketing ในปี 2025 ไม่ใช่แค่การเสนอสินค้าที่ลูกค้าสนใจ แต่เป็นการสร้างประสบการณ์ที่เข้าใจทั้งพฤติกรรม ความต้องการ และอารมณ์ของลูกค้าอย่างลึกซึ้ง โดยคำนึงถึงความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของข้อมูลเป็นสำคัญ แบรนด์ที่สามารถผสมผสานเทคโนโลยีเหล่านี้เข้าด้วยกันอย่างลงตัวจะเป็นผู้นำในการสร้างความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนกับลูกค้า</p>



<p class="has-medium-font-size"></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://upmoneyday.com/personalized-marketing-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%89%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%84%e0%b8%a5/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>การผสานรวม AI กับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ระดับหรู</title>
		<link>https://upmoneyday.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9c%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%a1-ai-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%9a%e0%b9%89/</link>
					<comments>https://upmoneyday.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9c%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%a1-ai-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%9a%e0%b9%89/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Chanikan]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 10 Dec 2024 09:13:14 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Adaptive Business]]></category>
		<category><![CDATA[Digital Trend]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://upmoneyday.in.th/?p=3106</guid>

					<description><![CDATA[ปี 2025 เป็นปีที่การนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ร่วมกับกล [...]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="has-text-align-center">ปี 2025 เป็นปีที่การนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ร่วมกับกลยุทธ์การตลาดดิจิทัลได้รับความนิยมอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ระดับหรู การตลาดบ้านหรูราคาตั้งแต่ 10 ล้านบาทถึง 60 ล้านบาท การผสานเทคโนโลยีกับแนวคิด Marketing 6.0 ของ Philip Kotler จะเป็นหัวใจสำคัญของความสำเร็จ</p>



<p class="has-text-align-center">Marketing 6.0 มุ่งเน้นการผสมผสานระหว่างวิธีการดั้งเดิมที่เน้นมนุษย์เป็นศูนย์กลาง เข้ากับกลยุทธ์ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี โดยมีแก่นสำคัญคือ ความเอาใจใส่, ความยั่งยืน, และการปรับให้เข้ากับความต้องการเฉพาะบุคคล บทความนี้จะแนะนำขั้นตอนในการใช้ AI ร่วมกับกลยุทธ์การตลาดดิจิทัล เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับกลุ่มเป้าหมายและเพิ่มผลกำไรให้กับธุรกิจของคุณ</p>



<hr class="wp-block-separator"/>



<h2 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>พื้นฐาน: AI และ Marketing 6.0 ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์</strong></h2>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ทำความเข้าใจ Marketing 6.0</strong></h3>



<p class="has-text-align-center">แนวคิด Marketing 6.0 ของ Philip Kotler ขับเคลื่อนด้วย 3 เสาหลัก:</p>



<ul class="wp-block-list"><li><strong>การมุ่งเน้นมนุษย์เป็นศูนย์กลาง:</strong> ลูกค้ากลุ่มบ้านหรูต้องการความเชื่อมั่น, ความภาคภูมิใจ และบริการที่ปรับให้เหมาะสมกับพวกเขาโดยเฉพาะ</li><li><strong>เทคโนโลยีล้ำสมัย:</strong> AI ช่วยยกระดับการปรับให้เข้ากับบุคคลโดยเฉพาะ, เพิ่มความสะดวก และให้ข้อมูลเชิงลึกที่แม่นยำ</li><li><strong>ความยั่งยืน:</strong> ผู้ซื้อที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมต้องการโครงการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงการตลาดที่แสดงถึงความยั่งยืน</li></ul>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>AI กับบทบาทใน Marketing 6.0</strong></h3>



<p class="has-text-align-center">AI เป็นเครื่องมือที่ช่วยขับเคลื่อนหลักการเหล่านี้:</p>



<ul class="wp-block-list"><li><strong>การปรับให้เข้ากับลูกค้าเฉพาะบุคคล:</strong> ส่งข้อความและประสบการณ์ที่เหมาะกับความต้องการเฉพาะบุคคล</li><li><strong>การทำงานอัตโนมัติ:</strong> ลดงานที่ซ้ำซ้อน เช่น การคัดกรองลูกค้าเป้าหมายหรือการบริหารโซเชียลมีเดีย</li><li><strong>การวิเคราะห์:</strong> ให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับพฤติกรรมลูกค้าและแนวโน้มตลาด</li><li><strong>การสร้างสรรค์ที่เพิ่มขึ้น:</strong> ใช้ AI ช่วยสร้างเนื้อหา การออกแบบ และแนวคิดในการรณรงค์</li></ul>



<hr class="wp-block-separator"/>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ขั้นตอนการสร้างกลยุทธ์การตลาดดิจิทัลด้วย AI</strong></h2>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>1. การรวบรวมข้อมูลและแบ่งกลุ่มลูกค้า</strong></h3>



<p class="has-text-align-center">AI ทำงานได้ดีที่สุดเมื่อมีข้อมูลที่ดี เริ่มต้นด้วยการรวบรวมข้อมูลจากระบบ CRM, การโต้ตอบในโซเชียลมีเดีย, และข้อมูลเว็บไซต์ จากนั้นใช้เครื่องมือ AI แบ่งกลุ่มลูกค้าโดยอิงจาก:</p>



<ul class="wp-block-list"><li><strong>ข้อมูลประชากรศาสตร์:</strong> อายุ รายได้ อาชีพ</li><li><strong>ข้อมูลจิตวิทยา:</strong> ไลฟ์สไตล์ ความชอบ อารมณ์</li><li><strong>พฤติกรรม:</strong> การเข้าชมเว็บไซต์ การซื้อหรือสอบถามในอดีต</li></ul>



<p class="has-text-align-center"><strong>ตัวอย่าง:</strong> แพลตฟอร์มอย่าง HubSpot หรือ Salesforce สามารถวิเคราะห์พฤติกรรมของลูกค้าเพื่อคาดการณ์ความสนใจในประเภทบ้านและงบประมาณที่พวกเขามี</p>



<hr class="wp-block-separator"/>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>2. การตลาดแบบปรับให้เหมาะกับแต่ละบุคคล</strong></h3>



<p class="has-text-align-center">ผู้ซื้อบ้านหรูคาดหวังประสบการณ์ที่เป็นส่วนตัว AI ช่วยสร้างแคมเปญเฉพาะบุคคล เช่น:</p>



<ul class="wp-block-list"><li><strong>แคมเปญอีเมล:</strong> ใช้เครื่องมืออย่าง Mailchimp เพื่อแนะนำบ้านที่เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละราย</li><li><strong>โฆษณาที่กำหนดเป้าหมายอัตโนมัติ:</strong> ใช้ Facebook Ads Manager เพื่อแสดงโฆษณาที่ปรับให้เหมาะสมกับสถานที่และความสนใจ</li><li><strong>แชตบอทที่มีความฉลาดทางอารมณ์:</strong> ใช้แชตบอทที่เข้าใจน้ำเสียงและบริบท เพื่อให้การสนทนาเป็นไปอย่างราบรื่นและน่าสนใจ</li></ul>



<p class="has-text-align-center"><strong>ตัวอย่าง:</strong> หากลูกค้าสนใจเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืน คุณสามารถโปรโมทบ้านที่มีคุณสมบัติด้านพลังงานสะอาดหรือระบบประหยัดพลังงาน</p>



<hr class="wp-block-separator"/>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>3. การจัดอันดับลูกค้าเป้าหมายที่มีศักยภาพ</strong></h3>



<p class="has-text-align-center">ระบบจัดอันดับลูกค้าเป้าหมายด้วย AI ช่วยให้คุณสามารถโฟกัสไปที่ลูกค้าที่มีโอกาสสูงที่สุด โดยใช้เครื่องมืออย่าง LeadSquared หรือ Marketo เพื่อจัดลำดับความสำคัญลูกค้าโดยพิจารณาจาก:</p>



<ul class="wp-block-list"><li>การเข้าชมหน้าเว็บของโครงการ</li><li>การตอบสนองต่อจดหมายข่าว</li><li>การมีปฏิสัมพันธ์ในโซเชียลมีเดีย</li></ul>



<hr class="wp-block-separator"/>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>4. สร้างประสบการณ์เสมือนจริง</strong></h3>



<p class="has-text-align-center">ผู้ซื้อบ้านหรูให้ความสำคัญกับเนื้อหาที่ช่วยสร้างความเชื่อมโยง AI ช่วยสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจ เช่น:</p>



<ul class="wp-block-list"><li><strong>ทัวร์เสมือนจริง (VR):</strong> ใช้แพลตฟอร์มอย่าง Matterport เพื่อให้ลูกค้าสามารถ &#8220;เดินชม&#8221; โครงการจากที่ใดก็ได้</li><li><strong>การออกแบบเสมือนจริง (AR):</strong> ใช้แอป AR เพื่อให้ลูกค้าสามารถมองเห็นการจัดวางเฟอร์นิเจอร์หรือการออกแบบภายใน</li></ul>



<hr class="wp-block-separator"/>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>5. การวิเคราะห์เชิงคาดการณ์สำหรับแนวโน้มตลาด</strong></h3>



<p class="has-text-align-center">เครื่องมือ AI อย่าง Tableau หรือ Google Analytics 360 ใช้โมเดลเชิงคาดการณ์เพื่อวิเคราะห์แนวโน้มตลาด เช่น:</p>



<ul class="wp-block-list"><li>พื้นที่ที่มีความต้องการอสังหาริมทรัพย์สูงขึ้น</li><li>กลยุทธ์การตั้งราคาที่เหมาะสม</li><li>เวลาที่ดีที่สุดสำหรับการเปิดตัวแคมเปญ</li></ul>



<hr class="wp-block-separator"/>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>6. การใช้ AI เพื่อการตลาดที่ยั่งยืน</strong></h3>



<p class="has-text-align-center">ความยั่งยืนเป็นองค์ประกอบสำคัญใน Marketing 6.0 ใช้ AI เพื่อ:</p>



<ul class="wp-block-list"><li>เพิ่มประสิทธิภาพการส่งโฆษณาเพื่อลดการใช้พลังงาน</li><li>ส่งเสริมโครงการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</li><li>ตรวจสอบและลดรอยเท้าคาร์บอนของแคมเปญด้วยเครื่องมืออย่าง Plan A หรือ Sustainability Cloud</li></ul>



<hr class="wp-block-separator"/>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>7. การฟังเสียงสังคมและการจัดการชื่อเสียง</strong></h3>



<p class="has-text-align-center">ผู้ที่มีรายได้สูงให้ความสำคัญกับชื่อเสียงของแบรนด์ ใช้เครื่องมือ AI อย่าง Brandwatch หรือ Hootsuite Insights เพื่อ:</p>



<ul class="wp-block-list"><li>ติดตามบทสนทนาเกี่ยวกับแบรนด์และคู่แข่ง</li><li>วิเคราะห์ความรู้สึกจากความคิดเห็นของลูกค้า</li><li>หาข้อมูลเชิงลึกที่สามารถนำไปปรับปรุงภาพลักษณ์ต่อสาธารณะ</li></ul>



<hr class="wp-block-separator"/>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>เครื่องมือที่แนะนำสำหรับกลยุทธ์การตลาดด้วย AI</strong></h2>



<ul class="wp-block-list"><li><strong>CRM และการทำงานอัตโนมัติ:</strong> Salesforce, HubSpot, Marketo</li><li><strong>การสร้างเนื้อหา:</strong> Jasper AI, Copy.ai, Descript</li><li><strong>การวิเคราะห์ข้อมูล:</strong> Tableau, Google Analytics 360, Power BI</li><li><strong>ประสบการณ์เสมือนจริง:</strong> Matterport, Envisioneer, RoOomy</li><li><strong>การเพิ่มประสิทธิภาพโฆษณา:</strong> Facebook Ads, Google Ads</li></ul>



<hr class="wp-block-separator"/>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ตัวชี้วัดที่ควรติดตาม</strong></h2>



<p>เพื่อวัดประสิทธิภาพของกลยุทธ์ที่ใช้ AI ติดตามตัวชี้วัดต่อไปนี้:</p>



<ul class="wp-block-list"><li><strong>อัตราการมีส่วนร่วม:</strong> การกดไลค์ แชร์ และแสดงความคิดเห็นในโซเชียลมีเดีย</li><li><strong>อัตราการเปลี่ยนเป็นลูกค้า:</strong> เปอร์เซ็นต์ของลูกค้าที่กลายมาเป็นผู้ซื้อ</li><li><strong>มูลค่าตลอดชีพของลูกค้า (CLV):</strong> รายได้รวมที่ลูกค้านำมาให้</li><li><strong>ผลตอบแทนการลงทุน (ROI):</strong> ความคุ้มค่าของแคมเปญ</li><li><strong>ผลกระทบด้านความยั่งยืน:</strong> การลดการใช้พลังงานและของเสีย</li></ul>



<hr class="wp-block-separator"/>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ข้อท้าทายและจริยธรรมที่ควรพิจารณา</strong></h2>



<ul class="wp-block-list"><li><strong>ความเป็นส่วนตัวของข้อมูล:</strong> ปฏิบัติตามกฎหมาย เช่น GDPR หรือ PDPA</li><li><strong>ความลำเอียงในอัลกอริทึม:</strong> ตรวจสอบและแก้ไขข้อผิดพลาดในระบบ</li><li><strong>การรักษาสัมผัสมนุษย์:</strong> สร้างสมดุลระหว่างการใช้ AI และการโต้ตอบแบบจริงใจ</li></ul>


]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://upmoneyday.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9c%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%a1-ai-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%9a%e0%b9%89/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ธุรกิจความงามกับการนำ AI มาใช้ใน Digital Marketing</title>
		<link>https://upmoneyday.com/%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b8%b3-ai/</link>
					<comments>https://upmoneyday.com/%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b8%b3-ai/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Chanikan]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 10 Dec 2024 07:17:51 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Adaptive Business]]></category>
		<category><![CDATA[Digital Trend]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://upmoneyday.in.th/?p=3070</guid>

					<description><![CDATA[การใช้ AI เพื่อการตลาดดิจิทัลในธุรกิจความงาม: กลยุทธ์แห [...]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><!-- บทนำ --></p>
<h1>การใช้ AI เพื่อการตลาดดิจิทัลในธุรกิจความงาม: กลยุทธ์แห่งอนาคตในปี 2025</h1>
<p>ในยุคแห่ง Marketing 6.0 ที่ Philip Kotler นิยามไว้ว่าเป็นการตลาดที่เน้น <strong>&#8220;ความเป็นมนุษย์ผสานกับเทคโนโลยีดิจิทัล&#8221;</strong> การนำ AI (Artificial Intelligence) มาใช้ในกลยุทธ์การตลาดดิจิทัลไม่ใช่เพียงแค่ทางเลือกอีกต่อไป แต่เป็นปัจจัยที่จำเป็นสำหรับความสำเร็จ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมความงาม ซึ่งต้องอาศัยความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในจิตวิทยาผู้บริโภคและการสร้างประสบการณ์ที่เฉพาะตัวสูง</p>
<p>บทความนี้จะแสดงถึงวิธีการผสมผสาน AI เพื่อสร้างกลยุทธ์การตลาดที่ชาญฉลาดและปรับตัวได้ในทุกมิติ ตั้งแต่การวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าจนถึงการสร้างแบรนด์ที่มีความหมายในระดับบุคคล</p>
<hr /><!-- 1. การวิเคราะห์ความต้องการที่ซ่อนอยู่ -->
<p> </p>
<h2>1. การวิเคราะห์ความต้องการที่ซ่อนอยู่ของผู้บริโภค (Latent Consumer Insights Analysis)<br /><!-- บทนำ --></h2>
<h1>การใช้ AI เพื่อการตลาดดิจิทัลในธุรกิจความงาม: กลยุทธ์แห่งอนาคตในปี 2025</h1>
<p>ในยุคแห่ง Marketing 6.0 ที่ Philip Kotler นิยามไว้ว่าเป็นการตลาดที่เน้น <strong>&#8220;ความเป็นมนุษย์ผสานกับเทคโนโลยีดิจิทัล&#8221;</strong> การนำ AI (Artificial Intelligence) มาใช้ในกลยุทธ์การตลาดดิจิทัลไม่ใช่เพียงแค่ทางเลือกอีกต่อไป แต่เป็นปัจจัยที่จำเป็นสำหรับความสำเร็จ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมความงาม ซึ่งต้องอาศัยความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในจิตวิทยาผู้บริโภคและการสร้างประสบการณ์ที่เฉพาะตัวสูง</p>
<p>บทความนี้จะแสดงถึงวิธีการผสมผสาน AI เพื่อสร้างกลยุทธ์การตลาดที่ชาญฉลาดและปรับตัวได้ในทุกมิติ ตั้งแต่การวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าจนถึงการสร้างแบรนด์ที่มีความหมายในระดับบุคคล</p>
<hr /><!-- 1. การวิเคราะห์ความต้องการที่ซ่อนอยู่ -->
<p> </p>
<h2>1. การวิเคราะห์ความต้องการที่ซ่อนอยู่ของผู้บริโภค (Latent Consumer Insights Analysis)</h2>
<p>AI วิเคราะห์ข้อมูลผู้บริโภค&#8221;</p>
<p>AI มีความสามารถในการค้นพบความต้องการของลูกค้าที่ไม่เคยถูกพูดถึง (Unarticulated Needs) ผ่านการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ เช่น พฤติกรรมบนโลกออนไลน์ การค้นหาใน Search Engine และข้อมูลจากโซเชียลมีเดีย</p>
<ul>
<li>การวิเคราะห์ความคิดเห็น (Sentiment Analysis) จากรีวิวผลิตภัณฑ์ความงาม</li>
<li>การสร้างโปรไฟล์ดิจิทัล (Digital Persona) สำหรับกลุ่มลูกค้าแต่ละกลุ่ม</li>
</ul>
<p><strong>กลยุทธ์:</strong> เชื่อมโยงข้อมูลเหล่านี้เข้ากับ AI เพื่อสร้างสินค้าและบริการที่ล้ำหน้ากว่าเทรนด์</p>
<hr /><!-- 2. การสร้างประสบการณ์แบบ Hyper-Personalization -->
<p> </p>
<h2>2. การสร้างประสบการณ์แบบ Hyper-Personalization</h2>
<p>&#8220;Hyper-Personalization Experience&#8221;</p>
<p>แนวคิดการตลาด 6.0 เน้น &#8220;ความหมาย&#8221; (Meaning) ที่ลูกค้ารับรู้จากสินค้าและบริการ AI สามารถช่วยสร้างประสบการณ์ที่เฉพาะเจาะจงแบบ <strong>Hyper-Personalized Experience</strong> ได้ เช่น</p>
<ul>
<li>การแนะนำผลิตภัณฑ์ผ่านการวิเคราะห์โทนสีผิว</li>
<li>การใช้ AI Chatbots ที่สามารถจดจำข้อมูลของลูกค้าแต่ละคน</li>
</ul>
<p><strong>ผลลัพธ์:</strong> ลูกค้ารู้สึกว่าตนเองเป็นศูนย์กลาง (Customer-Centric) และสร้างความผูกพันระยะยาว</p>
<hr /><!-- 3. การตลาดเชิงพยากรณ์ -->
<p> </p>
<h2>3. การตลาดเชิงพยากรณ์ (Predictive Marketing)</h2>
<p>&#8220;AI Predictive Marketing&#8221;</p>
<p>ในปี 2025 การคาดการณ์ความต้องการในอนาคตถือเป็นศิลปะแห่งการตลาดยุคใหม่ AI สามารถคาดการณ์พฤติกรรมลูกค้าได้อย่างแม่นยำโดยอิงจากการเรียนรู้เชิงลึก (Deep Learning)</p>
<ul>
<li>คาดการณ์ยอดขายในแต่ละไตรมาส</li>
<li>ระบุผลิตภัณฑ์ที่มีโอกาสถูกซื้อซ้ำ (Repeat Purchase)</li>
</ul>
<p><strong>เทคนิค:</strong> รวม AI กับโมเดลข้อมูลที่มีความหนาแน่น เช่น การใช้ Natural Language Processing (NLP)</p>
<hr /><!-- 4. การสร้างแบรนด์ที่มีความหมาย -->
<p> </p>
<h2>4. การสร้างแบรนด์ที่มีความหมายด้วย AI (Meaningful Branding)</h2>
<p>&#8220;Meaningful Branding with AI&#8221;</p>
<p>AI ช่วยสร้าง &#8220;แบรนด์&#8221; ที่มีความหมายในใจลูกค้าได้ โดย</p>
<ul>
<li>วิเคราะห์คุณค่าที่ลูกค้าต้องการในแบรนด์ เช่น ความยั่งยืน (Sustainability)</li>
<li>ส่งเสริมเรื่องราวที่สอดคล้องกับจิตวิญญาณของกลุ่มเป้าหมาย</li>
</ul>
<p><strong>ตัวอย่าง:</strong> การสร้างเนื้อหาที่เล่าเรื่องความใส่ใจของแบรนด์ผ่าน AI Video Generators</p>
<hr /><!-- สรุป -->
<p> </p>
<h2>บทสรุป</h2>
<p>สำหรับธุรกิจความงามในยุค 2025 AI ไม่ใช่เพียงเครื่องมือ แต่เป็นหัวใจสำคัญของการสร้างประสบการณ์ การสร้างแบรนด์ และการปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจ การนำ AI มาใช้อย่างชาญฉลาดจะช่วยให้แบรนด์กลายเป็นผู้นำในยุคที่เทคโนโลยีและความเป็นมนุษย์หลอมรวมกัน</p>
<p><strong>ภาพประกอบ:</strong> แสดงเทคโนโลยี AI ทำงานในธุรกิจความงาม เช่น การสร้างเนื้อหาดิจิทัล การคาดการณ์แนวโน้ม และการทดลองสินค้าแบบเสมือนจริง</p>
<p>AI มีความสามารถในการค้นพบความต้องการของลูกค้าที่ไม่เคยถูกพูดถึง (Unarticulated Needs) ผ่านการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ เช่น พฤติกรรมบนโลกออนไลน์ การค้นหาใน Search Engine และข้อมูลจากโซเชียลมีเดีย</p>
<ul>
<li>การวิเคราะห์ความคิดเห็น (Sentiment Analysis) จากรีวิวผลิตภัณฑ์ความงาม</li>
<li>การสร้างโปรไฟล์ดิจิทัล (Digital Persona) สำหรับกลุ่มลูกค้าแต่ละกลุ่ม</li>
</ul>
<p><strong>กลยุทธ์:</strong> เชื่อมโยงข้อมูลเหล่านี้เข้ากับ AI เพื่อสร้างสินค้าและบริการที่ล้ำหน้ากว่าเทรนด์</p>
<hr /><!-- 2. การสร้างประสบการณ์แบบ Hyper-Personalization -->
<p> </p>
<h2>2. การสร้างประสบการณ์แบบ Hyper-Personalization</h2>
<p>&#8220;Hyper-Personalization Experience&#8221;</p>
<p>แนวคิดการตลาด 6.0 เน้น &#8220;ความหมาย&#8221; (Meaning) ที่ลูกค้ารับรู้จากสินค้าและบริการ AI สามารถช่วยสร้างประสบการณ์ที่เฉพาะเจาะจงแบบ <strong>Hyper-Personalized Experience</strong> ได้ เช่น</p>
<ul>
<li>การแนะนำผลิตภัณฑ์ผ่านการวิเคราะห์โทนสีผิว</li>
<li>การใช้ AI Chatbots ที่สามารถจดจำข้อมูลของลูกค้าแต่ละคน</li>
</ul>
<p><strong>ผลลัพธ์:</strong> ลูกค้ารู้สึกว่าตนเองเป็นศูนย์กลาง (Customer-Centric) และสร้างความผูกพันระยะยาว</p>
<hr /><!-- 3. การตลาดเชิงพยากรณ์ -->
<p> </p>
<h2>3. การตลาดเชิงพยากรณ์ (Predictive Marketing)</h2>
<p>&#8220;AI Predictive Marketing&#8221;</p>
<p>ในปี 2025 การคาดการณ์ความต้องการในอนาคตถือเป็นศิลปะแห่งการตลาดยุคใหม่ AI สามารถคาดการณ์พฤติกรรมลูกค้าได้อย่างแม่นยำโดยอิงจากการเรียนรู้เชิงลึก (Deep Learning)</p>
<ul>
<li>คาดการณ์ยอดขายในแต่ละไตรมาส</li>
<li>ระบุผลิตภัณฑ์ที่มีโอกาสถูกซื้อซ้ำ (Repeat Purchase)</li>
</ul>
<p><strong>เทคนิค:</strong> รวม AI กับโมเดลข้อมูลที่มีความหนาแน่น เช่น การใช้ Natural Language Processing (NLP)</p>
<hr /><!-- 4. การสร้างแบรนด์ที่มีความหมาย -->
<p> </p>
<h2>4. การสร้างแบรนด์ที่มีความหมายด้วย AI (Meaningful Branding)</h2>
<p>&#8220;Meaningful Branding with AI&#8221;</p>
<p>AI ช่วยสร้าง &#8220;แบรนด์&#8221; ที่มีความหมายในใจลูกค้าได้ โดย</p>
<ul>
<li>วิเคราะห์คุณค่าที่ลูกค้าต้องการในแบรนด์ เช่น ความยั่งยืน (Sustainability)</li>
<li>ส่งเสริมเรื่องราวที่สอดคล้องกับจิตวิญญาณของกลุ่มเป้าหมาย</li>
</ul>
<p><strong>ตัวอย่าง:</strong> การสร้างเนื้อหาที่เล่าเรื่องความใส่ใจของแบรนด์ผ่าน AI Video Generators</p>
<hr /><!-- สรุป -->
<p> </p>
<h2>บทสรุป</h2>
<p>สำหรับธุรกิจความงามในยุค 2025 AI ไม่ใช่เพียงเครื่องมือ แต่เป็นหัวใจสำคัญของการสร้างประสบการณ์ การสร้างแบรนด์ และการปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจ การนำ AI มาใช้อย่างชาญฉลาดจะช่วยให้แบรนด์กลายเป็นผู้นำในยุคที่เทคโนโลยีและความเป็นมนุษย์หลอมรวมกัน</p>
<p> </p>


<p class="has-drop-cap"></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://upmoneyday.com/%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b8%b3-ai/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Don&#8217;t make Ads. Make Tiktoks</title>
		<link>https://upmoneyday.com/dont-make-ads-make-tiktoks/</link>
					<comments>https://upmoneyday.com/dont-make-ads-make-tiktoks/#comments</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Chanikan]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 08 Oct 2022 03:56:29 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Content Marketing SEO]]></category>
		<category><![CDATA[Digital Trend]]></category>
		<category><![CDATA[Facebook Ads]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://upmoneyday.in.th/?p=3034</guid>

					<description><![CDATA[Slogan ว่าด้วยการ Don&#8217;t make Ads. Make Tiktoks ซึ [...]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>Slogan ว่าด้วยการ Don&#8217;t make Ads. Make Tiktoks ซึ่งเป็นสิ่งที่ Tiktoks พยายามย้ำบอกผู้ลงโฆษณาอยู่เสมอ กำลังสร้างผลสะเทือนและเขย่าการเปลี่ยนแปลงในแวดวงทำโฆษณาและการตลาดออนไลน์ จนทำให้เริ่มเห็นผลอย่างชัดเจนมากขึ้นทุกวัน</p>



<h2 class="wp-block-heading">ยิง Ads ทาง Facebook ไม่แม่นเหมือนเดิมจริงหรือ !? </h2>



<p>ยุคสมัยของโฆษณากำลังเข้าสู่สถานการณ์เปลี่ยนผ่านรอบใหญ่อีกรอบหลังการเติบโตของผู้ใช้งาน Tiktoks อย่างก้าวกระโดด สิ่งเหล่านี้กำลังทำให้ &#8220;วิธีคิด&#8221;  ของนักโฆษณา (Advertiser) นักวางแผนสื่อ (Media Planner) นักการตลาดออนไลน์ (Digital Marketer) ต้องปรับตัวให้ทัน  ผู้เขียนเคยเขียนบทความเรื่องการเปลี่ยนแปลงของระบบ การทำงาน AI ของ Facebook มาแล้ว สามารถติดตามได้ใน บทความ <a href="https://upmoneyday.in.th/%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%9e%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89-facebook-ads/">3 ข้อเตรียมรับมือเมื่อ AI ใน Facebook กำลังรวนจากกรณี iOS 14 พัฒนาระบบ Privacy</a></p>



<p>มาถึงวันนี้ ภาพที่เขียนก็ชัดเจนยิ่งกว่า และมาถึงเวลาสำคัญที่จะปรับแนวเนื้อหาและหันมาพึ่งแนวทาง สร้าง Story ให้โดดเด่นให้กับเนื้อหาโฆษณา ด้วยการใช้ Creative นำเกือบ 80 % และ อีก 20 %  จึงจะสามารถใช้กลยุทธ์ Performance Ads  ด้วย Tactic Data Analysis หรือ AI , Machine Learning เข้าไป Customized Ads ได้</p>



<p>รอบปี 2022 Facebook  หรือ  Meta Platforms Inc. ได้นำระบบ ‘<strong>Discovery Engine’ </strong>เพื่อแนะนำโพสต์หรือคอนเทนต์ใหม่ๆแม้ว่าผู้ใช้งานจะไม่ได้ติดตาม มาแทรกระหว่างฟีดของผู้ใช้งานให้มากขึ้นกว่าเดิม  นั่นก็หมายความว่าการทำงานของระบบอัลกอริทึม จะมาคำนวณแนวโน้มว่าผูู้ใช้งานน่าจะชอบโพสต์แบบใด และจะนำส่งการมองเห็นให้มากขึ้น </p>



<p><strong>ความแตกต่าง:</strong> ถ้าเป็นระบบเดิมหน้าฟีดทุกคนจะเห็นโพสต์ของเพื่อนและคนที่ติดตาม สิ่งที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจนคือผู้ใช้งานจะเห็นโพสต์จากคนที่ไม่ได้เป็นเพื่อนหรือคนที่ไม่ได้ติดตามมากยิ่งขึ้น</p>



<p>นั่นก็หมายความว่า ระบบ ‘Discovery Engine’ มีอัลกอริทึมที่ทำงานไม่แตกต่างจาก อัลกอริทึม ของ Tiktoks เลย !!</p>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow"><p>สิ่งที่ส่งกระทบต่อแบรนด์และธุรกิจที่ทำสื่อโฆษณาและลงทุนกับ Ads ในช่องทาง Facebook เข้าอย่างแรงก็คือ  เจ้าของ Facebook Page  ก็ต้องเสียเงินเพื่อบูสต์โพสต์หรือจ่ายเงินซื้อโฆษณาเพิ่มมากขึ้น&nbsp; (ค่าโฆษณาย่อมแพงขึ้น  ถ้าคุณยังคงลง คอนเทนต์ขายของ และโปรโมชั่นที่ยัดเยียด หลอกหลอนสายตาของคนบนหน้าฟีดไปเรื่อยๆแบบไม่เปลี่ยนแปลง) </p><p></p></blockquote>



<p> สอดคล้องกับที่มีรายงานข่าวต่อเนื่องว่า Facebook มีความพยายามจะลดต้นทุนด้วยการไม่รับพนักงานเพิ่ม สำนักข่าว CNBC รายงานอ้างอิงคำพูดของ Chris Cox ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายผลิตภัณฑ์ ซึ่งเคยออกบันทึกถึงพนักงานภายในว่า Meta Platforms Inc. กำลัง ‘อยู่ในช่วงเวลาที่เลวร้ายจากการปะทะกับลมที่รุนแรง’ ทำให้บริษัทต้องต้องดำเนินการอย่างระมัดระวังในสภาพแวดล้อมของการเติบโตที่ช้าลง ซึ่งทีมไม่ควรคาดหวังในการเพิ่มวิศวกรและงบประมาณใหม่</p>



<p>นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า Meta กำลังเผชิญกับความท้าทายที่สำคัญในธุรกิจเนื่องจากปัจจัยหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นการอัปเดตความเป็นส่วนตัวที่สำคัญของ Apple สำหรับ iOS 14 เมื่อปีที่แล้ว ทำให้ Meta ในการติดตามพฤติกรรมของผู้บริโภค และผู้โฆษณากำลังเปลี่ยนการใช้จ่ายไปยังแพลตฟอร์มอื่น นอกจากนี้การเพิ่มขึ้นของ TikTok ยังส่งผลต่อการเติบโตของผู้ใช้อีกด้วย</p>



<p>วันนี้ Upmoney Day จึงมี 4 วิธีที่เรียบง่ายในการทำ คอนเทนต์ ที่จะได้ทั้ง Engagement (การมีส่วนร่วม) ที่ดี และทำให้เปิดการมองเห็นในช่องทาง Social Media (ภายใต้ระบบ อัลกอริทึม ที่คล้ายกันของทั้ง Facebook และ Tittok) ในปัจจุบัน  โดยขอหยิบยกงาน E-book ของ Tiktok ที่นำเสนอข้อแนะนำการทำ Media สื่อโฆษณาในกลุ่มสินค้าสุขภาพ (Healthcare) ร่วมกับ นิตยสารออนไลน์ด้านการตลาด Marketing Oops!! </p>



<ul class="wp-block-list"><li>คอนเทนต์สร้างแรงบันดาลใจ (Inspiration) สื่อให้เห็นถึงชีวิตที่เปลี่ยนแปลงในเชิงบวก (บอกเล่าในเชิงประสบการณ์มากกว่าการโฆษณา) </li><li>คอนเทนต์สร้างให้คำแนะนำ (Advise)  ให้ความรู้ ความเข้าใจ ในผลิตภัณฑ์และการบริการอย่างถูกต้อง</li><li>คอนเทนต์สร้างความประหลาดใจ (Surprised)  สื่อถึงประสบการณ์ที่เหนือความคาดหมาย น่าแปลกใจ</li><li>คอนเทนต์รีวิวผลลัพธ์ (Review) สื่อสารความเปลี่ยนแปลงให้เห็นในเชิงประสบการณ์ตรง (ชี้ข้อดี-ข้อเสีย-ข้อจำกัด) ให้เห็นความแตกต่าง อย่างตรงไปตรงมา </li></ul>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-full"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="755" height="800" src="https://upmoneyday.in.th/wp-content/uploads/2022/10/tiktok.png" alt="" class="wp-image-3036" srcset="https://upmoneyday.com/wp-content/uploads/2022/10/tiktok.png 755w, https://upmoneyday.com/wp-content/uploads/2022/10/tiktok-283x300.png 283w, https://upmoneyday.com/wp-content/uploads/2022/10/tiktok-600x636.png 600w" sizes="(max-width: 755px) 100vw, 755px" /><figcaption>Tiktok Unboxed Series With Marketing Oops!</figcaption></figure></div>





<h2 class="wp-block-heading">Strategy Suggestion by Upmonday </h2>



<p><strong>ข้อแนะนำในเชิงกลยุธ์ สำหรับกลยุทธ์ ที่ 1</strong> : ในแคมเปญ 100 วัน 1,000 กลยุทธ์ หมดยุคสร้างโฆษณาที่ยัดเยียด จงสร้างโฆษณาที่ไม่เหมือนโฆษณา ตามนิยามของนิยามการตลาดยุคใหม่  Don&#8217;t make Ads. Make Tiktoks  </p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ฟังในเวอร์ชั่นเสียงผ่าน Youtube</strong></h2>



<figure class="wp-block-embed is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe title="100 วัน 1,000 กลยุทธ์ (หมดยุคโฆษณาที่ยัดเยียด)" width="1020" height="574" src="https://www.youtube.com/embed/-nH5kWbQxd0?feature=oembed&#038;enablejsapi=1&#038;origin=https://upmoneyday.in.th" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<p></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://upmoneyday.com/dont-make-ads-make-tiktoks/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>1</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Next Normal โลก Digital Marketing ที่ไม่เหมือนเดิม</title>
		<link>https://upmoneyday.com/next-normal-%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81digitalmarketing%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%a1/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Chanikan]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 23 Nov 2021 07:49:14 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Adaptive Business]]></category>
		<category><![CDATA[Digital Trend]]></category>
		<category><![CDATA[Never Normal]]></category>
		<category><![CDATA[Next Normal]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://upmoneyday.in.th/?p=2338</guid>

					<description><![CDATA[COVID-19 ส่งผลต่อพฤติกรรมผู้บริโภค เมื่อไม่นานมานี้ Thi [...]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[


<h2 class="wp-block-heading" style="font-size:18px">COVID-19 ส่งผลต่อพฤติกรรมผู้บริโภค </h2>



<p class="has-normal-font-size">เมื่อไม่นานมานี้ Think with Google เผยแพร่ <a href="https://economysea.withgoogle.com/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">รายงานเศรษฐกิจดิจิทัลเอเชียตะวันออกเฉียงใต้​ประจำปี 2021</a>&nbsp;ที่จัดทำโดย Google, Temasek และ Bain &amp; Company ระบุว่าเศรษฐกิจดิจิทัลของภูมิภาคนี้ กำลังก้าวเข้าสู่ “<strong>ทศวรรษแห่งดิจิทัล” </strong>และจะมีมูลค่าสูงถึง 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2573 </p>



<p class="has-normal-font-size">จำนวนผู้บริโภคและผู้ค้าที่ใช้งานบนแพลตฟอร์มดิจิทัลที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ประกอบกับการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของธุรกิจ E-Commerce ธุรกิจบริการจัดส่งอาหาร และบริการด้านการเงินดิจิทัล ส่งผลให้มูลค่าสินค้ารวม (Gross Merchandise Volume: GMV) ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อาจแตะ&nbsp;<strong>1.78 แสนล้านดอลลาร์</strong> </p>



<blockquote class="wp-block-quote has-text-align-center is-style-large is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow"><p> </p><p><strong>ที่สำคัญไทยยังคงเป็นตลาดที่มีเศรษฐกิจดิจิทัลใหญ่เป็นอันดับ 2 ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้</strong></p><p></p></blockquote>



<h2 class="wp-block-heading" style="font-size:18px">ผลกระทบที่เห็นได้ชัดในโลกของ Digital Marketing </h2>



<p class="has-normal-font-size">ข้อมูลของรายงานของ Google ข้างต้นสอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ใช้จ่ายเปลี่ยนไป โดยเฉพาะในช่องทาง E-Commerce ที่เป็นแรงผลักดันที่สำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัลไทย และรายงานฉบับนี้ยังคาดว่าจะเป็นกลุ่มธุรกิจหลักที่ช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลไทยในทศวรรษหน้า โดยภาคธุรกิจ E-Commerce เติบโตขึ้นถึง&nbsp;<strong>68%</strong>&nbsp;จากปีก่อน</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" src="https://upmoneyday.in.th/wp-content/uploads/2021/11/Screen-Shot-2021-11-23-at-3.57.29-PM-1024x968.png" alt="E-Commerce Thailand " class="wp-image-2377" width="840" height="794" srcset="https://upmoneyday.com/wp-content/uploads/2021/11/Screen-Shot-2021-11-23-at-3.57.29-PM-1024x968.png 1024w, https://upmoneyday.com/wp-content/uploads/2021/11/Screen-Shot-2021-11-23-at-3.57.29-PM-600x567.png 600w, https://upmoneyday.com/wp-content/uploads/2021/11/Screen-Shot-2021-11-23-at-3.57.29-PM-300x284.png 300w, https://upmoneyday.com/wp-content/uploads/2021/11/Screen-Shot-2021-11-23-at-3.57.29-PM-768x726.png 768w, https://upmoneyday.com/wp-content/uploads/2021/11/Screen-Shot-2021-11-23-at-3.57.29-PM.png 1214w" sizes="(max-width: 840px) 100vw, 840px" /><figcaption><br><a href="https://economysea.withgoogle.com/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">รายงานเศรษฐกิจดิจิทัลเอเชียตะวันออกเฉียงใต้​ประจำปี 2021</a>&nbsp;</figcaption></figure></div>



<p class="has-normal-font-size">อันเป็นผลส่วนหนึ่งมาจากการโหมกระแสแคมเปญดีลพิเศษลดประจำเดือนของ Market Place Lazada และ Shopee ที่ทุ่มงบประมาณเต็มพิกัดโฆษณาให้ผู้บริโภคเห็นทุกช่องทางในการรับรู้ข่าวสารดีลพิเศษ การลดราคาครั้งพิเศษของแบรนด์ดัง หรือสินค้าที่อยู่ในความสนใจ (Wish List) ของแต่ละคน </p>



<p class="has-normal-font-size">โดยนักการตลาดเห็นแนวโน้มการจับจ่ายของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปนี้จาก Data Insights และ Performance Report ที่ปรากฎขึ้นในรายงาน ROI (Return on Investment) ก่อนหน้านี้มาสักระยะหนึ่งแล้ว </p>



<p class="has-normal-font-size">แต่ที่ต้องจับตาดูเทรนด์ความเปลี่ยนแปลงนี้ให้แน่ชัด คือ เมื่อคนคุ้นเคยกับโปรโมชั่น โค้ดส่วนลด โค้ดส่งฟรี Voucher ราคาพิเศษ ที่ Platform ดังเหล่านี้แล้ว </p>



<p class="has-normal-font-size">ผู้คนจะเริ่มดูสินค้าจากช่องทางของแบรนด์และส่องราคารับโค้ดส่วนลดคร่าวๆไว้ก่อนและรอคอยที่จะซื้อในแคมเปญพิเศษ ของ Market Place เจ้าดังอย่างใจจดจ่อ &#8230;โดยไม่เปลี่ยนใจมาซื้อสินค้าในช่องทางอื่นๆอีกเลยหรือไม่ !? </p>



<p class="has-normal-font-size"><strong>ซึ่งจากตัวเลขของรายงาน Google ฉบับนี้ก็ทำให้เราได้เห็นคำตอบและทิศทางที่ชัดเจนมากขึ้นแล้ว </strong></p>



<h2 class="wp-block-heading" style="font-size:18px">2 ข้อดีเมื่อพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน </h2>



<ul class="has-normal-font-size wp-block-list"><li><strong>สร้าง Brand ให้อยู่ในใจผู้บริโภค </strong>การเป็นที่หนึ่งในใจของผู้บริโภค (Top of Mind) ในยุคนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็เป็นโจทย์ที่ท้าทายทางการตลาดที่คุณต้องทำให้กลุ่มลูกค้าเป้าหมายจดจำคุณให้ได้ โดยมีสมการสำคัญที่ต้องแก้คือเมื่อถึงวันพิเศษ เทศกาลลดแห่งเดือน ทำอย่างไรให้ลูกค้าจะจดจำได้ว่าจะเข้าไปช้อปปิ้งที่หน้าร้าน แบบ Official ของคุณ ซึ่งแบรนด์อาจจะแลกการจดจำนั้นด้วยส่วนลดพิเศษ ค่าส่งฟรี หรือ Live Streaming ฯลฯ เป็นการวางกลยุทธ์เพื่อต้องการย้ำเตือน (Remind) ให้กับผู้บริโภคกลับมาช้อปปิ้งตามนัดหมายเมื่อถึงเวลาที่คุ้นเคย</li></ul>



<ul class="has-normal-font-size wp-block-list"><li><strong>สร้าง Call To Action ให้โดดเด่น </strong>แบรนด์ยังต้องดูแลภาพลักษณ์ สร้างความมั่นใจให้เกิด Trust   อย่างต่อเนื่อง คู่ขนานกับการสร้างดีลพิเศษ ส่วนลดที่โดดเด่นสะดุดตา ในยุคที่ข้อมูลท่วมท้นการรับชมเนื้อหาที่บอกเล่าถึงแบรนด์อย่างวนเวียนอาจไม่ช่วยให้ผู้บริโภคทั้งในแง่การจดจำและการสร้างรายได้หากแบรนด์ไม่กำหนดสิ่งที่ต้องการให้ผู้รับชมทำบางสิ่งที่เรียกว่า Conversion ตามวัตถุประสงค์ทางการตลาดที่แน่ชัดและมีกลยุทธ์เชิง Dataไว้ตั้งแต่เริ่มแรก </li></ul>



<h2 class="wp-block-heading" style="font-size:18px">2 ข้อเสียที่แบรนด์ต้องเร่งปรับตัว</h2>



<ul class="has-normal-font-size wp-block-list"><li><strong>เกิดการชะงักงันทางการใช้จ่ายแบรนด์ควรเร่งทำ CRM </strong> อย่าปล่อยให้ความเคยชินของพฤติกรรมลูกค้าแบบนี้กลายเป็นเรื่องปกติที่แบรนด์ไม่ปรับตัวเชิงข้อมูล ในทางกลับกันแม้เราจะเห็นข้อดีเกิดขึ้น แต่ในมุมกลับที่อันตรายหากเราปล่อยให้ผู้บริโภคมีการใช้จ่ายเช่นนี้ต่อไป โดยที่แบรนด์ไม่เรียนรู้ที่จะนำข้อมูล Insights พยายามรู้จัก รู้ใจผู้บริโภคมาทำสิ่งที่คู่ขนานด้วยการต้องเร่งเก็บข้อมูล 3 ด้าน 1. Online (Digital Name) 2.ความสนใจของลูกค้า (Interest) 3. พฤติกรรมของลูกค้า (Behavior)  โดยเป็นการเก็บแบบ 1 st Party Data (ฐานข้อมูลของแบรนด์เอง)  ก็ถือเป็นเรื่องประมาทกับการเตรียมรับมือพายุความเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคลูกใหญ่รอบนี้</li></ul>



<ul class="has-normal-font-size wp-block-list"><li><strong>จัด Budget ทางการตลาดใหม่เสมอ</strong> เป็นสถานการณ์ที่ประมาทไม่ได้ แม้ว่ายอดขายของคุณจะมาจากช่องทาง E-Commerce อยู่ แต่การนำเม็ดเงินเดียวกันมาชั่งน้ำหนักให้เกิดประโยชน์สูงสุดนอกเหนือจากการทำ PR .ประชาสัมพันธ์ในรูปแบบเดิมๆ วัดผล (Mesurement) ในความสำเร็จแบบเดิม ก็เป็นเรื่องจำเป็นเชิงกลยุทธ์ที่ต้องทบทวนใหม่เสมอ</li></ul>



<p class="has-normal-font-size"><strong>เพราะในโลกที่เข้าสู่ยุค Covid -19 เส้นทางการตัดสินใจซื้อสินค้าของผู้บริโภคเปลี่ยนไป และหันไปที่ E-Commerce  มากขึ้น แน่ชัดแล้วว่าหลัง New</strong> <strong>Normal เรากำลังเข้าสู่ยุค Next Normal และ Never Normal พฤติกรรมของผู้คนในยุคถัดไปที่จะไม่มีทางกลับมาเป็นเหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว </strong></p>



<p class="has-normal-font-size">หากมีข้อสงสัย สอบถามปรึกษาที่ <strong><a href="https://upmoneyday.in.th/contact-us/">Upmoneyday by Chanikan</a></strong></p>



<h2 class="wp-block-heading">ฟังเวอร์ชั่นเสียงผ่าน<br>YOUTUBE CHANNEL UPMONEYDAY DIGITAL MARKETING&nbsp;</h2>



<div class="video video-fit mb" style="padding-top:10%;"><iframe loading="lazy" title="Next Normal ผลกระทบโลกการตลาดเมื่อเราก้าวเข้าสู่ยุค E-Commerce เต็มตัว !" width="1020" height="574" src="https://www.youtube.com/embed/jG3KclMo7EY?start=18&#038;feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture" allowfullscreen></iframe></div>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แอดเน่า เราต้องไม่ (ยอม) ตาย</title>
		<link>https://upmoneyday.com/%e0%b9%81%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2-%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88-%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%a1-%e0%b8%95/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Chanikan]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 06 Feb 2021 08:45:45 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Adaptive Business]]></category>
		<category><![CDATA[Facebook Ads]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://upmoneyday.in.th/?p=1164</guid>

					<description><![CDATA[สู้อย่างมีกลยุทธ์ในวันที่ค่าแอดแพง แต่&#8230; (คู่แข่งเ [...]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<h2 class="wp-block-heading">สู้อย่างมีกลยุทธ์ในวันที่ค่าแอดแพง แต่&#8230; (คู่แข่งเพิ่ม)</h2>



<p class="has-normal-font-size">ถ้าคุณเป็นผู้ประกอบการที่ต้องใช้โฆษณาออนไลน์บนช่องทาง Facebook คุณอาจจะเคยได้ยินว่าค่าโฆษณาแพงขึ้นทุกทีๆ หรือตัวคุณเองเป็นฝ่ายบ่นเองเพราะต้องอัดงบการตลาดออนไลน์มากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อหวังว่ายอดขายจะดีขึ้นในยุคเศรษฐกิจโหดหินแบบนี้&#8230;</p>



<p class="has-normal-font-size">&#8220;แอดเน่าเราต้องไม่ (ยอม) ตาย&#8221;ชื่อบทความนี้มาจากแรงบันดาลใจที่ต้องยกเครดิตให้ Line Openchat Groupหนึ่ง (ชื่อแอดเน่าเราต้องไม่ตาย)</p>



<p class="has-normal-font-size">โดยผู้ร่วมสมาชิกและผู้ก่อตั้งตั้งใจให้เป็นการรวมตัวกันปรึกษาหารือแลกเปลี่ยนความรู้ในการรับมือกับระบบและความรวนของระบบโฆษณาบน Facebook หลังต้องเผชิญปัญหา Apple ประกาศการเปลี่ยนแปลงของ iOS 14ว่าด้วยเรื่องการคุ้มครองสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล (Data Privacy) ให้กับผู้ใช้งาน โดยไม่อนุญาตให้มีการติดตามพฤติกรรมการใช้งานของผู้บริโภคทุกคนหากไม่ได้รับการยินยอม</p>



<h2 class="wp-block-heading">ค่าโฆษณา Facebook แพงขึ้น แล้ว Small Business ต้องปรับตัวอย่างไร </h2>



<p class="has-normal-font-size">ผู้เขียนได้รับคำถามเรื่องนี้เข้ามามาก และเมื่อประเมินสถานการณ์นี้อย่างใกล้ชิด รวมถึงการที่มีโอกาสพูดคุยกับ Facebook Marketing Expert ผู้ดูแลบัญชีตัวจัดการโฆษณาจาก Facebook โดยตรง ก็คงต้องบอกว่าเรื่องนี้เป็นไปตามบทความเรื่อง <a href="https://upmoneyday.in.th/facebook-ai-ios14/" data-type="URL" data-id="https://upmoneyday.in.th/facebook-ai-ios14/"> 3 ข้อเตรียมรับมือ AI ใน Facebook กำลังรวน จากกรณี ios 14 พัฒนาระบบ Privacy</a>ที่ได้เขียนไว้ก่อนหน้ารวมถึงการออกตัวแรงของ Facebook ในสื่อระดับยักษ์ใหญ่ ที่ประกาศไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่าผลการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะกระทบกับ Small Business เป็นกลุ่มแรกๆ</p>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow"><p>ส่วนแวดวงโฆษณาฝั่งกลุ่มธุรกิจ แบรนด์ใหญ่ หรือ Digital Agency ที่ใช้งบหลักแสน และหลักล้านบาทต่อเดือน หลายแบรนด์ประเมินกันว่า พวกเขาต้องใช้งบมากขึ้นเพื่อแย่งชิงการมองเห็นบนหน้า feed หรือ Eyeball ของผู้ใช้งานบัญชี Facebook ในไทยประมาณ 47 ล้านคน (อ้างอิงสถิติผู้ใช้ดิจิทัลของประเทศไทย 2020 จาก “Hootsuite” )<strong>ผลดังกล่าวจึงเป็นปรากฎการณ์โดมิโน่</strong>ที่เมื่อแบรนด์ใหญ่ทุ่มเงินเยอะ ก็ย่อมจะทำให้ <strong>ค่าโฆษณาแพงขึ้นในภาพรวม</strong> เนื่องจากจำนวนผู้ใช้งานมีจำกัด </p></blockquote>



<h3 class="wp-block-heading">คำถามสำคัญคือแล้วเราต้องรับมืออย่างไร ผู้เขียนจึงขอประมวลจากประสบการณ์และการศึกษาเครื่องมือการจัดการโฆษณา Facebook Ads Manager version 2021 ดังนี้ </h3>



<h2 class="wp-block-heading">คุณต้องทำ Content ให้กระตุ้นความต้องการใช้สินค้า (Need) ภายในวินาทีแรกเห็น</h2>



<p class="has-normal-font-size">ยุคหนึ่งเราเคยบอกกันว่าต้องหยุดนิ้วโป้งให้ได้ใน 3 วินาทีแรก แต่มาถึงตอนนี้คงไม่พอแล้ว เพราะผู้เล่นแทบทุกแบรนด์กระโดดกันมาแย่งชิง Eyeball พร้อมๆกันจากสถานการณ์ Covid-19 ประกอบกับการดิ้นรนสู้ภาวะการซบเซาทางเศรษฐกิจ</p>



<p class="has-normal-font-size">ในทางกลับกันต้องบอกว่าชั่วโมงนี้เรื่องการทำงานการตลาดออนไลน์ และการรับมือกับระบบโฆษณาของ Facebook Ads Managerกลับไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว </p>



<p class="has-normal-font-size">ถ้าคุณอยู่ในแวดวงการตลาดออนไลน์ในระดับเข้าไปทำการสั่งซื้อโฆษณาออนไลน์บน Facebook เอง (เล่นเอง เจ็บเอง) หรือคุณสอบถามนักการตลาดออนไลน์ที่รับผิดชอบการทำโฆษณาใน Facebook ในทีมคุณ</p>



<p class="has-normal-font-size">คุณจะทราบข้อมูลนี้ว่าเครื่องมือการจัดการเพื่อใข้งานโฆษณา (Tool kit) เป็นเรื่องที่ไม่มีสูตรและหลักเกณฑ์ตายตัว เพราะ Facebook ใช้ระบบมอบการจัดการและการเรียนรู้ต่างๆ ให้กับ AI ในเกือบทุกกระบวนการแล้ว </p>



<p class="has-normal-font-size"><strong>อธิบายง่ายๆคือวิธีการทำโฆษณาก็เหมือนคำสั่งการเทรดหุ้น คุณรู้จักเครื่องมือการใช้งานว่าต้องคลิกและเลือกอย่างไร แต่ความแน่นอนในการทำกำไรผลตอบแทนที่ได้รับที่แม้คุณจะใช้เทคนิคเครื่องมือต่างๆ เพื่อเอาชนะคู่แข่งก็เป็นเรื่องที่ผู้สั่งซื้อโฆษณา (หรือในที่นี้คือผู้ซื้อหุ้น) จะควบคุมไม่ได้ทั้งหมด เพราะเป็นเรื่องของการประมวลผลของ AI และการแข่งขันของตลาดด้วยวิธีการประมูล (Bid Strategy) ในเวลาๆนั้นด้วย</strong></p>



<p class="has-normal-font-size">เราแนะนำให้คุณฟัง <a href="https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=326890938674243&amp;id=621233851345439" data-type="URL" data-id="https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=326890938674243&amp;id=621233851345439">Agency และคนในแวดวงการตลาดออนไลน์คุยกันเรื่องนี้และวิเคราะห์ปัญหา Facebook vs Apple ไว้</a></p>



<p class="has-normal-font-size"><strong>(ข้อนี้บางคนอาจจะเถียงว่าไม่เป็นความจริงเสมอไป โดยทั้งหมดนี้เป็นความเห็นส่วนตัวจากประสบการณ์ของผู้เขียน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับงบประมาณ, คุณภาพบัญชีและเนื้อหาโฆษณาที่จะเป็นตัวแปรความสำเร็จของแคมเปญด้วย)</strong></p>



<div class="wp-block-columns is-layout-flex wp-container-core-columns-is-layout-9d6595d7 wp-block-columns-is-layout-flex">
<div class="wp-block-column is-layout-flow wp-block-column-is-layout-flow" style="flex-basis:100%">
<figure class="wp-block-gallery columns-2 is-cropped wp-block-gallery-1 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex"><ul class="blocks-gallery-grid"><li class="blocks-gallery-item"><figure><img decoding="async" width="649" height="1024" src="https://upmoneyday.in.th/wp-content/uploads/2021/02/ads-649x1024.jpg" alt="upmoneyday by chanikan" data-id="1261" class="wp-image-1261" srcset="https://upmoneyday.com/wp-content/uploads/2021/02/ads-649x1024.jpg 649w, https://upmoneyday.com/wp-content/uploads/2021/02/ads-600x946.jpg 600w, https://upmoneyday.com/wp-content/uploads/2021/02/ads-190x300.jpg 190w, https://upmoneyday.com/wp-content/uploads/2021/02/ads-768x1211.jpg 768w, https://upmoneyday.com/wp-content/uploads/2021/02/ads-974x1536.jpg 974w, https://upmoneyday.com/wp-content/uploads/2021/02/ads.jpg 1019w" sizes="(max-width: 649px) 100vw, 649px" /><figcaption class="blocks-gallery-item__caption"> </figcaption></figure></li><li class="blocks-gallery-item"><figure><img decoding="async" width="568" height="1024" src="https://upmoneyday.in.th/wp-content/uploads/2021/02/upmoneyday-update-568x1024.jpg" alt="" data-id="1262" data-full-url="https://upmoneyday.in.th/wp-content/uploads/2021/02/upmoneyday-update.jpg" data-link="https://upmoneyday.in.th/ad-facebook-optimize/upmoneyday-update/#main" class="wp-image-1262" srcset="https://upmoneyday.com/wp-content/uploads/2021/02/upmoneyday-update-568x1024.jpg 568w, https://upmoneyday.com/wp-content/uploads/2021/02/upmoneyday-update-600x1081.jpg 600w, https://upmoneyday.com/wp-content/uploads/2021/02/upmoneyday-update-166x300.jpg 166w, https://upmoneyday.com/wp-content/uploads/2021/02/upmoneyday-update-768x1384.jpg 768w, https://upmoneyday.com/wp-content/uploads/2021/02/upmoneyday-update-852x1536.jpg 852w, https://upmoneyday.com/wp-content/uploads/2021/02/upmoneyday-update.jpg 878w" sizes="(max-width: 568px) 100vw, 568px" /></figure></li></ul></figure>



<p class="has-text-align-center">การเปรียบเทียบเพื่อให้เห็นภาพรูปแบบการประมูลของ Facebook Ads (ซ้าย) และการแสดงผลของการเทรดหุ้น (ขวา) </p>
</div>
</div>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow"><p>ยกตัวอย่าง บางบัญชีแคมเปญโฆษณาแม้จะเป็นสินค้าใกล้เคียงกัน กำหนดกลุ่มเป้าหมาย ( interest, behavior, demographic) เหมือนกัน แต่ความสำเร็จของแคมเปญจากบัญชีโฆษณากลับแตกต่าง เหตุผลก็เพราะมีประเด็นที่เป็นตัวแปรซ่อนอยู่มากมายในการทำงานของบัญชีโฆษณานั้น ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาการประมูลแข่งขัน , ความน่าสนใจของโฆษณาที่เราเรียกกันว่า Creative Ads ที่จะสร้างความต้องการ (Need) กระตุ้นให้อยากซื้อสินค้า, และการคาดการณ์งบประมาณที่ต้องใช้เพื่อให้สามารถสู้กับคู่แข่งได้ในเวลาเดียวกัน</p></blockquote>



<p class="has-normal-font-size">เราไม่ได้บอกว่าทุกอย่างขึ้นอยู่ที่ดวง แต่สำหรับเสียงบ่นของคนที่หมดเงินไปไม่น้อยในสนามโฆษณา Facebook ระดับ <strong>Red Ocean</strong> นี้ถึงกับออกปากว่า</p>



<p class="has-normal-font-size"> &#8220;<strong>ยิงแอดก็เหมือนเล่นหุ้นเล่นหวยที่ต้องลุ้นกันทุกนาที&#8221;</strong> </p>



<p class="has-normal-font-size">แต่บางคนก็อาจจะบอกว่าจริงๆแล้วอาจจะดีกว่าเล่นหวยเพราะ เล่นหวยทั้งปี บางทีก็ไม่ถูกเลยก็มี (ตลกร้ายเหมือนกันภายใต้รอยยิ้มมีน้ำตาซ่อนอยู่ Haaa )</p>



<p class="has-normal-font-size">คำเตือนสำหรับนักเล่นหุ้น Facebook หากให้ผู้เขียนแนะนำคุณควรใช้วิจารญาณในการใช้จ่ายโฆษณาและต้นทุนค่าโฆษณาที่เหมาะสมในชั่วโมงนี้ไม่ควรเกิน 10-25 % ของกำไรที่คุณได้จากการขายสินค้า (ขึ้นอยู่กับสินค้าและบริการ)</p>



<h2 class="wp-block-heading">Customer Data Platform (<strong>CDP</strong>)จะกลายเป็นอาวุธ(ลับ)ของธุรกิจ</h2>



<p class="has-normal-font-size">โลกการตลาดที่กำลังมาถึงนี้ ระบบการตลาดออนไลน์ ที่เรียกว่า Customer Data Platform อธิบายง่ายๆคือ โปรแกรมซอฟต์แวร์ที่ใช้เก็บข้อมูลลูกค้าของคุณเอง ระบบนี้จะใช้การเชื่อมโยงกับโปรแกรมอื่นๆที่ธุรกิจ SMEsมักจะมีอยู่แล้ว เช่น ระบบ POS การจัดการบริหารจัดการสต๊อก, ระบบบัญชี ERP และ การเชื่อมต่อกับ API ของ Facebook ,Line. Website จากการที่ผู้เขียนได้มีโอกาสใช้งานโปรแกรม CDP ของบางราย ต้องบอกเลยว่า ระบบนี้เหมาะกับธุรกิจ SMEs ทุกขนาด</p>



<p class="has-normal-font-size">เพราะตราบใดที่คุณทำการตลาดออนไลน์ ไม่ว่าจะช่องทางใดๆ แต่ไม่มีฐานข้อมูลลูกค้าเพื่อจัดทำ Flows การทำนายพฤติกรรมลูกค้า หรือเสนอโปรโมชั่นที่ตรงความสนใจเพื่อให้ลูกค้าเร่งตัดสินใจซื้อ หรือกลับมาซื้อซ้ำได้รวมทั้งไม่มีการจัดทำระบบ Marketing Automation ที่วิเคราะห์ได้อย่างแม่นยำ ชนิด Real time ได้แล้ว </p>



<p class="has-normal-font-size">ทำนายได้เลยว่าจากนี้ต้นทุนการตลาดออนไลน์จากค่าโฆษณาก็จะยิ่งแพงขึ้นอย่างก้าวกระโดดเมื่อเทียบจากปีที่ผ่านมา&#8230;</p>



<h2 class="wp-block-heading">หมดยุคมือสมัครเล่น คุณต้องให้เวลากับการเรียนรู้อย่างมืออาชีพ</h2>



<p class="has-normal-font-size">จากประสบการณ์ที่ผู้เขียนพูดคุยกับนักขายออนไลน์ที่ประสบปัญหาในช่วงนี้ไม่ว่าจะเป็นการทำผิดนโยบายการโฆษณาของ Facebook จากการถูกปิดบัญชีโฆษณา หรือการขายสินค้าสายเทา (เช่นสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์,อาหารเสริม ครีมที่ไม่มี อย.) ในยุคที่กฎและระเบียบของ Facebookไม่เข้มงวด และ AI ยังตามตรวจจับไม่แม่นยำมากพอนั้นก็นับได้ว่าเป็นช่วงโกยกำไรจนมีคนบอกว่าแม้ไม่ต้องมีประสบการณ์มากมายเป็นผู้ลงโฆษณาหน้าใหม่ก็สามารถโกยกำไร เป็นเศรษฐีใหม่กันได้ไม่น้อย </p>



<p class="has-normal-font-size">แต่จากนี้ไปเชื่อว่าจะเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญ ในยุคที่การตลาดออนไลน์ ที่ผู้ลงโฆษณาจะต้องใส่ใจกับสิทธิ์ส่วนบุคคล (Data Privacy) มากขึ้น ในขณะเดียวกับ Data ของธุรกิจคุณ ที่เรียกว่า &nbsp;First Party Dataข้อมูลจากลูกค้าที่มีใจต่อแบรนด์ของคุณ ( Brand Loyalty) ในระยะยาว กลับดูจะมีความสำคัญมากกว่า</p>



<p class="has-normal-font-size">หากมีข้อสงสัย สอบถามปรึกษาที่ <strong><a href="https://upmoneyday.in.th/contact-us/">Upmoneyday by Chanikan</a></strong></p>



	<section class="section dark" id="section_660387171">
		<div class="bg section-bg fill bg-fill  bg-loaded" >

			
			
			

		</div>

		<div class="section-content relative">
			

<div class="row row-small align-center"  id="row-2026433750">


	<div id="col-508464286" class="col medium-10 small-12 large-4"  >
		<div class="col-inner"  >
			
			

<h5>Subscribe to our newsletter </h5>

		</div>
			</div>

	

	<div id="col-1300752494" class="col medium-10 small-12 large-4"  >
		<div class="col-inner"  >
			
			

<ul style="font-size: 90%; line-height: 100%;">
<li class="bullet-checkmark">Get notified when new blog arrive</li>
<li class="bullet-checkmark">Up to date with the latest digital trends</li>
<li class="bullet-checkmark">Get access to exclusive offers</li>
</ul>

		</div>
			</div>

	

	<div id="col-2140372016" class="col medium-10 small-12 large-7"  >
		<div class="col-inner"  >
			
			

	<div id="text-4083880387" class="text">
		

[wpforms id=&#8221;1442&#8243; title=&#8221;false&#8221;]
		
<style>
#text-4083880387 {
  font-size: 0.75rem;
  line-height: 3;
}
</style>
	</div>
	

		</div>
			</div>

	

</div>

		</div>

		
<style>
#section_660387171 {
  padding-top: 30px;
  padding-bottom: 30px;
  background-color: #273647;
}
</style>
	</section>
	



<h1 class="wp-block-heading"></h1>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>การตลาดออนไลน์ยุคนิวนอร์มอล</title>
		<link>https://upmoneyday.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%a5%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%94/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Chanikan]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 05 Jan 2021 15:57:46 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Adaptive Business]]></category>
		<category><![CDATA[Digital Trend]]></category>
		<category><![CDATA[newnormal]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://upmoneyday.in.th/?p=60</guid>

					<description><![CDATA[ระวัง 3 หลุมพรางอันตรายที่ทำให้คุณหลงทาง ในการทำ Digita [...]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<h2 class="wp-block-heading">ระวัง 3 หลุมพรางอันตรายที่ทำให้คุณหลงทาง ในการทำ Digital Marketing</h2>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>การตลาดออนไลน์</strong>ที่<strong>เข้าใจ &#8220;สินค้า&#8221; แต่ไม่เข้าใจ &#8220;ลูกค้า&#8221;</strong></h3>



<p class="has-normal-font-size"><br>ในยุคข้อมูลท่วมท้น (Information Overload) แบบนี้ จากประสบการณ์ที่ช่วยธุรกิจวางแผนกลยุทธ์ทำการตลาดออนไลน์ มีข้อควรระวังอย่างมากสำหรับผู้ประกอบการ SMEs ที่กระโดดเข้าสู่การตลาดออนไลน์ในยุค New Normal นั่นคือการสั่งระดมทีมการตลาดให้เขียนคำบรรยายสินค้า ภาพประกอบสรรพคุณแบบถาโถมใส่ลูกค้า แต่สิ่งหนึ่งที่มักละเลยคือ การบอกกับลูกค้าด้วยถ้อยแคปชั่นโดนใจว่า &#8220;<strong>สินค้าของคุณช่วยแก้ปัญหาอะไรให้กับลูกค้าได้จริง&#8221;</strong> <strong>(Storytelling) </strong><br></p>



<p class="has-normal-font-size">ถ้าคุณทำการตลาดออนไลน์ และวางแผน Digital Marketing ด้วยตัวเอง หรือเป็นเจ้าของธุรกิจ อย่าลืมบอกลูกค้าด้วยถ้อยคำชัดๆว่าสินค้าของคุณแก้ปัญหาอะไรเก่ง และเจ๋งด้วย <strong>&#8220;ระยะเวลา&#8221;ที่สั้นที่สุด</strong></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>อย่ามัวแต่ &#8220;ขายของ&#8221; แต่ต้อง &#8220;ซื้อใจ&#8221; ลูกค้าให้ได้ด้วย</strong></h3>



<p class="has-normal-font-size"><br>จากเทรนด์การตลาดออนไลน์ 2020มาถึง ยุค 2021 แม่ค้าพ่อค้าออนไลน์จำนวนมาก อยากกระโดดเข้าสู่การตลาดออนไลน์ แต่รูปที่อัพโหลดและใช้ทำการตลาดบนFacebook ในแต่ละวันยังทำเหมือนเดิม คือข้อความวางไว้ที่หน้า website ที่มีแต่การขาย การลดราคา โปรโมชั่น และสรรพคุณสินค้าที่ต้องนั่งพับเพียบอ่านกัน 1 วันเต็ม ทำแบบนั้นก็ไม่ผิด แต่ตลาดออนไลน์ยุคนี้ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว เพราะลูกค้ามีตัวเลือกมากมายแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน จากการเติบโตของ การตลาดออนไลน์ Marketplace เจ้าดังที่จัดโปรโมชั่นแรงจนทำให้ลูกค้าติดใจส่วนลดและเฝ้ารอรายเดือน </p>



<blockquote class="wp-block-quote is-style-large is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow"><p><strong>แต่หัวใจที่สำคัญกว่า คือบอกลูกค้าว่าสินค้าของคุณมีดีมากกว่าเรื่อง &#8220;ราคา&#8221;</strong></p><p>คุณต้องบอกลูกค้าให้ดังๆว่าซื้อกับคุณจะได้ของที่แตกต่างกับการซื้อแบบเสี่ยงๆ ใน Marketplace เจ้าดังทั้ง Lazada และ shopee อย่างไร</p></blockquote>



<p class="has-normal-font-size">ถ้าคุณทำการตลาดบน facebookหรือ ทำ Google Marketing Online คุณต้องทำให้แตกต่างกับการขายของที่เล่นสงครามราคา ดึงจุดขายธุรกิจ แบรนด์ อายุธุรกิจที่มีมาอย่างยาวนาน มานำทัพสู้กับ Marketplace เจ้าใหญ่</p>



<p class="has-normal-font-size"><br>บอกลูกค้าอย่างภาคภูมิใจว่า <strong>เรื่องการบริการหลังการขาย การจัดส่งรวดเร็ว หรือการให้คำปรึกษาที่ดีของเจ้าหน้าที่แนะนำสินค้า</strong> หรือจะ Live สด แต่งชุดเดินป่า ขายผมหน้าม้า เสื้อเนื้อผ้าดีพร้อมไปทะเล ให้ความรู้สินค้า การดูของจริงของเลียนแบบให้กับลูกค้าพร้อมแจกโปรโมชั่นตามก็ได้ใจคนไทยไปอีกแบบ </p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>Online Marketing</strong> ต้อง<strong>มองให้ขาดว่าต้องใช้ Platform ใด</strong></h3>



<p class="has-normal-font-size"><br>งบก็จำกัด แต่ก็ต้องกระจายความเสี่ยงทำให้ครบทุก Platform เพราะหมดเวลาวางไข่ในตระกร้าใบเดียว ยุคนี้ทำการตลาด บน Facebook ไม่ง่ายเหมือนเดิมแล้ว เพราะช่วงเริ่มต้นคุณต้องทำใจว่าต้องมีเงินก้อนทุนหนึ่งให้ AIFacebook เรียนรู้กลุ่มเป้าหมายให้มากพอ</p>



<p class="has-normal-font-size">งบก้อนนี้มีไว้ลองผิดลองถูก และยอมเจ็บตัวในช่วงแรกๆ บางธุรกิจโชคดีเจอกลุ่มเป้าหมายทำเงินเร็วได้กำไรงามคืนทุนไว แต่บางธุรกิจโชคไม่เข้าข้างใช้เงินไปมากก็ยังไม่ถึงจุดคุ้มทุนในการตลาด บน Facebook ก็มีให้เห็นเป็นกรณีศึกษาจากคนใกล้ๆตัว </p>



<p class="has-normal-font-size">ในขณะเดียวกัน คุณก็ต้องกันงบก้อนอื่นไปทำการตลาดทางGoogle Marketing Onlineเขียนเนื้อหาให้สอดคล้องกับ SEO, SEM เพื่อสร้างความเชื่อมั่น การรับรอง การรีวิวที่น่าเชื่อถือมากพอ ในโลกการตลาดออนไลน์ด้วย</p>



<p class="has-normal-font-size">อีกเรื่องสำคัญคือการ ทำ Digital Marketing ยุคนี้ ต้องไม่ลืมการสร้าง Customer Journey เชื่อมเส้นทางเดินลูกค้าเป็นแผนสำรองไว้ในระบบการตลาดแบบ CRM ของคุณเอง (Eco System) ไม่ว่าจะเป็น Line หรือ ระบบ Marketing Automation ที่เริ่มเอา AI มาเรียนรู้ใจศึกษาพฤติกรรมลูกค้าเชิงลึกมากขึ้น </p>



<p class="has-normal-font-size">นี่ยังไม่นับรวมเทคนิคการทำ Objective การตลาดออนไลน์ที่ประหยัดต้นทุนได้มากกว่า ด้วยการใช้ Conversion Pixel ซึ่งอธิบายง่ายๆคือการติดตามลูกค้าของคุณไปทุกหน ทุกแห่ง จาก website สู่ facebook เพื่อเสนอโปรโมชั่นหรือข้อเสนอน่าประทับใจให้เกิดการตัดสินใจซื้อในที่สุด</p>



<p class="has-normal-font-size"><strong>Digital Marketing</strong> 2021 <strong> จึงต้องใช้การวางกลยุทธ์ที่ว่องไว วางแผนล่วงหน้าและประเมินผลวัดจุดคุ้มทุน Return on Investment (ROI) ที่แม่นยำ โดยใช้ข้อมูลเป็นตัวขับเคลื่อน </strong><br><strong>( Data Driven)เพื่อทำให้งบทุกบาทของแบรนด์ ใช้อย่างคุ้มค่า และปรับเปลี่ยนเกมได้ทันเวลา</strong></p>



<p>หากมีข้อสงสัย สอบถามปรึกษาที่ <strong><a href="https://upmoneyday.in.th/contact-us/">Upmoneyday by Chanikan</a></strong></p>



	<div id="text-3087066593" class="text">
		

<h2 class="uppercase">ฟังเวอร์ชั่นเสียงผ่าน</h2>
<h2 class="uppercase">Youtube Channel Upmoneyday digital Marketing&nbsp;</h2>
		
<style>
#text-3087066593 {
  font-size: 0.75rem;
  line-height: 2.25;
}
</style>
	</div>
	
<div class="video video-fit mb" style="padding-top:25%;"><iframe loading="lazy" title="ระวัง 3 หลุมพรางอันตรายที่ทำให้คุณหลงทางในการทำ Digital Marketing" width="1020" height="574" src="https://www.youtube.com/embed/AsFXkrZvEhc?start=598&#038;feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture" allowfullscreen></iframe></div>

	<section class="section dark" id="section_1847745097">
		<div class="bg section-bg fill bg-fill  bg-loaded" >

			
			
			

		</div>

		<div class="section-content relative">
			

<div class="row row-small align-center"  id="row-1368066152">


	<div id="col-283266145" class="col medium-10 small-12 large-4"  >
		<div class="col-inner"  >
			
			

<h5>Subscribe to our newsletter </h5>

		</div>
			</div>

	

	<div id="col-1516687154" class="col medium-10 small-12 large-4"  >
		<div class="col-inner"  >
			
			

<ul style="font-size: 90%; line-height: 100%;">
<li class="bullet-checkmark">Get notified when new blogs arrive</li>
<li class="bullet-checkmark">Up to date with the latest digital trends</li>
<li class="bullet-checkmark">Get access to exclusive offers</li>
</ul>

		</div>
			</div>

	

	<div id="col-483291821" class="col medium-10 small-12 large-7"  >
		<div class="col-inner"  >
			
			

	<div id="text-635084924" class="text">
		

[wpforms id=&#8221;1442&#8243; title=&#8221;false&#8221;]
		
<style>
#text-635084924 {
  font-size: 0.75rem;
  line-height: 3;
}
</style>
	</div>
	

		</div>
			</div>

	

</div>

		</div>

		
<style>
#section_1847745097 {
  padding-top: 30px;
  padding-bottom: 30px;
  background-color: #273647;
}
</style>
	</section>
	
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
